Home - บทความ -  ระบบ “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” ในออสเตรเลีย ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงนิยมใช้

แชร์บทความ

 ระบบ “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” ในออสเตรเลีย ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงนิยมใช้

             ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ระบบ “Buy Now Pay Later” หรือ BNPL กลายเป็นหนึ่งในรูปแบบการชำระเงินที่เติบโตเร็วมากใน Australia โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่นิยมซื้อสินค้าออนไลน์และต้องการความยืดหยุ่นทางการเงิน ระบบนี้เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถซื้อสินค้าก่อน แล้วค่อยแบ่งจ่ายเป็นงวดในภายหลังโดยไม่มีดอกเบี้ย หากชำระตรงเวลา ทำให้หลายคนมองว่าเป็นทางเลือกที่สะดวกกว่าบัตรเครดิตแบบเดิม

             หนึ่งในบริษัทที่ทำให้ระบบ BNPL เป็นที่รู้จักทั่วโลกคือ Afterpay ซึ่งก่อตั้งขึ้นในออสเตรเลียและได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นก็มีผู้ให้บริการรายอื่นตามมา เช่น Zip และ Klarna ที่เข้ามาแข่งขันในตลาดเดียวกัน

             รูปแบบการใช้งานของ BNPL ค่อนข้างง่าย เมื่อลูกค้าซื้อสินค้า ระบบจะให้แบ่งชำระเป็น 4 งวดภายในระยะเวลาประมาณ 6 สัปดาห์ โดยส่วนใหญ่ไม่คิดดอกเบี้ย แต่หากจ่ายช้าจะมีค่าปรับเพิ่มเติม ระบบนี้จึงได้รับความนิยมมากในกลุ่มนักศึกษาและวัยทำงานที่ต้องการซื้อสินค้าโดยไม่ต้องจ่ายเงินก้อนทันที  สิ่งที่ทำให้ BNPL เติบโตอย่างรวดเร็วในออสเตรเลียคือพฤติกรรมการซื้อของออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหลังช่วงการระบาดของ COVID-19 ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มคุ้นชินกับการซื้อสินค้าแฟชั่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และของใช้ต่าง ๆ ผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ ร้านค้าจำนวนมากจึงเริ่มเพิ่มตัวเลือก “Pay with Afterpay” หรือ “Pay with Zip” เพื่อดึงดูดลูกค้าให้ตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น

              นอกจากนี้ ระบบ BNPL ยังช่วยให้ร้านค้าเพิ่มยอดขายได้ เพราะลูกค้ารู้สึกว่าสามารถเข้าถึงสินค้าที่มีราคาสูงขึ้นได้ง่ายกว่าเดิม หลายแบรนด์มองว่าการมีบริการผ่อนจ่ายแบบไม่มีดอกเบี้ยช่วยลดโอกาสที่ลูกค้าจะยกเลิกตะกร้าสินค้าก่อนชำระเงิน ซึ่งถือเป็นปัญหาสำคัญของธุรกิจออนไลน์ แม้ระบบนี้จะดูสะดวกและไม่มีดอกเบี้ย แต่ก็เริ่มมีข้อกังวลเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้เงินของผู้บริโภค นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า BNPL อาจทำให้คนใช้จ่ายเกินตัว เพราะรู้สึกว่าไม่ต้องจ่ายเงินทั้งหมดทันที โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและคนวัยเริ่มทำงานที่ยังวางแผนการเงินไม่ดีพอ

              ในออสเตรเลีย มีรายงานว่าหลายคนเริ่มมีปัญหาหนี้สะสมจากการใช้บริการหลายแอปพร้อมกัน บางคนสมัครทั้ง Afterpay, Zip และ Klarna ในเวลาเดียวกัน ทำให้ต้องผ่อนชำระหลายรายการในแต่ละเดือน แม้แต่จำนวนเงินที่ดูไม่มาก เมื่อรวมกันแล้วก็อาจกลายเป็นภาระทางการเงินได้

             รัฐบาลออสเตรเลียและหน่วยงานด้านการเงินจึงเริ่มเข้ามาควบคุมธุรกิจ BNPL มากขึ้น มีการพูดถึงกฎใหม่ที่ต้องการเพิ่มการคุ้มครองผู้บริโภค เช่น การตรวจสอบความสามารถในการชำระเงินของลูกค้า และการกำหนดมาตรฐานด้านข้อมูลทางการเงินให้ชัดเจนขึ้น

              อีกประเด็นที่หลายคนเริ่มสนใจคือผลกระทบของ BNPL ต่อเครดิตทางการเงิน แม้บางบริการจะไม่ได้คิดดอกเบี้ยเหมือนบัตรเครดิต แต่หากผู้ใช้จ่ายล่าช้าหรือมีประวัติการค้างชำระ ก็อาจส่งผลต่อการขอสินเชื่อในอนาคต เช่น การกู้บ้านหรือสมัครบัตรเครดิตได้เช่นกัน

             มีข้อถกเถียงเกี่ยวกับความเสี่ยงทางการเงิน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า BNPL ได้เปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคในออสเตรเลียไปอย่างมาก หลายคนเริ่มมองการผ่อนชำระระยะสั้นเป็นเรื่องปกติ และร้านค้าจำนวนมากก็พึ่งพาระบบนี้เพื่อเพิ่มยอดขายและแข่งขันในตลาดออนไลน์

             ปัจจุบันระบบ Buy Now Pay Later ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สินค้าแฟชั่นอีกต่อไป แต่เริ่มขยายไปยังบริการด้านการศึกษา การรักษาพยาบาล การท่องเที่ยว และแม้แต่บริการส่งอาหาร ทำให้หลายฝ่ายมองว่า BNPL อาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเงินยุคใหม่ที่เข้ามาแทนรูปแบบเครดิตแบบดั้งเดิมในอนาคต

แชร์บทความ

ผู้เขียน​

Picture of ACU-Exchange

ACU-Exchange

เรามีความมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การแลกเปลี่ยนเงินตราที่ดีที่สุด และสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ใช้บริการสูงสุด เพื่อตอบโจทย์คนไทยที่ต้องการเดินทางไปต่างประเทศ และคนต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ศึกษาต่อ หรือทำงานในประเทศไทย

Scroll to Top

ลงทะเบียนเป็นสมาชิก

ลงทะเบียนเป็นสมาชิก

บัญชีผู้ใช้งาน


ข้อมูลผู้ใช้งาน


ที่อยู่ตามบัตรประจำตัวประชาชน


ที่อยู่ปัจจุบัน

ข้อมลตามบัตรประชาชน


อัพโหลดรูปภาพเพื่อยืนยันตัวตน




ACU Currency Exchange

เข้าสู่ระบบ

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อใช้บริการ ACU Currency exchange

หากยังไม่มีบัญชีโปรด ลงทะเบียน