พลังงานจีนบุกอาเซียน ส่งออกไฟฟ้าโตแรงรับมือความผันผวนเศรษฐกิจโลก
ท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงานโลกจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ หลายประเทศเริ่มให้ความสำคัญกับการมีแหล่งพลังงานที่มั่นคงและใกล้ตัวมากขึ้น หนึ่งในประเทศที่มีบทบาทโดดเด่นคือ จีน ซึ่งกำลังขยายบทบาทจากผู้ผลิตพลังงานรายใหญ่ สู่การเป็นผู้ส่งออกไฟฟ้าให้กับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนมากขึ้น ส่งผลให้การค้าพลังงานระหว่างทั้งสองฝ่ายเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจากสำนักงานศุลกากรทั่วไปของจีนระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ จีนส่งออกไฟฟ้าไปยังประเทศสมาชิกอาเซียนรวม 2,390 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง (หน่วย) เพิ่มขึ้น 42.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และสะท้อนว่าประเทศในอาเซียนหันมาพึ่งพาไฟฟ้าจากจีนมากขึ้น เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานในช่วงที่ราคาพลังงานโลกยังมีความไม่แน่นอน
ลู่ ต้าเหลียง โฆษกสำนักงานศุลกากรทั่วไปของจีน กล่าวว่า การเติบโตของการส่งออกไฟฟ้าเป็นผลจากความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างจีนกับอาเซียน โดยเฉพาะการเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าข้ามพรมแดน ซึ่งช่วยให้หลายประเทศสามารถจัดหาไฟฟ้าได้อย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้าที่มีราคาผันผวน
นอกจากการส่งออกไฟฟ้าแล้ว การค้าระหว่างจีนและอาเซียนยังขยายตัวในภาพรวมอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนมิถุนายน การส่งออกของจีนไปยังอาเซียนเติบโตถึง 34.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่การค้าสินค้าขั้นกลาง หรือวัตถุดิบและชิ้นส่วนที่ใช้ในการผลิต รวมถึงพลังงานไฟฟ้า มีมูลค่ารวม 2.86 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้น 24.5% ในช่วงครึ่งปีแรก สะท้อนว่าห่วงโซ่อุปทานระหว่างทั้งสองฝ่ายมีความเชื่อมโยงกันมากขึ้น
หากพิจารณาเป็นมูลค่าการค้า ในช่วง 5 เดือนแรกของปี จีนส่งออกไฟฟ้าคิดเป็นมูลค่ารวม 723.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 25,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้อัตราการเติบโตด้านมูลค่าจะน้อยกว่าปริมาณการส่งออก แต่ก็สะท้อนว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าในภูมิภาคยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ประเทศที่มีการนำเข้าไฟฟ้าจากจีนเพิ่มขึ้นมากที่สุดคือ เมียนมา โดยในช่วง 5 เดือนแรกของปี มูลค่าการนำเข้าเพิ่มจาก 24.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 48.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 2 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนถึงความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น และการพึ่งพาไฟฟ้าจากจีนมากขึ้นในช่วงที่เมียนมายังเผชิญข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานและการผลิตไฟฟ้าภายในประเทศ
ในทางตรงกันข้าม การส่งออกไฟฟ้าจากจีนไปยัง เวียดนาม และ สปป.ลาว กลับลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอาจเป็นผลจากการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าภายในประเทศ หรือการปรับเปลี่ยนแหล่งนำเข้าพลังงานของแต่ละประเทศ
แม้ว่าจีนจะเป็นผู้ส่งออกไฟฟ้ารายใหญ่ แต่ประเทศยังคงมีการนำเข้าไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้านบางส่วนเช่นกัน โดยในช่วง 5 เดือนแรกของปี จีนนำเข้าไฟฟ้าคิดเป็นมูลค่า 30.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับมูลค่าการส่งออกแล้ว จีนยังคงเป็นประเทศผู้ส่งออกไฟฟ้าสุทธิอย่างชัดเจน
ข้อมูลจากทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า จีนครองสถานะผู้ส่งออกไฟฟ้าสุทธิมาอย่างต่อเนื่อง โดยปริมาณการส่งออกไฟฟ้าสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 8,332 กิกะวัตต์-ชั่วโมง ในปี 2000 เป็น 17,081 กิกะวัตต์-ชั่วโมง ในปี 2023 หรือเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า สะท้อนถึงศักยภาพด้านการผลิตไฟฟ้าที่เติบโตควบคู่ไปกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศ
การเติบโตของการส่งออกไฟฟ้าจากจีนในครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนความแข็งแกร่งของภาคพลังงานจีนเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของจีนในการสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงานของอาเซียน ในช่วงเวลาที่โลกยังเผชิญความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งระหว่างประเทศและความผันผวนของตลาดพลังงาน ซึ่งมีแนวโน้มทำให้ความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างจีนกับประเทศอาเซียนมีความสำคัญมากขึ้นในอนาคต
- แท็กยอดนิยม | พลังงาน, เศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน
ACU-Exchange
เรามีความมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การแลกเปลี่ยนเงินตราที่ดีที่สุด และสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ใช้บริการสูงสุด เพื่อตอบโจทย์คนไทยที่ต้องการเดินทางไปต่างประเทศ และคนต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ศึกษาต่อ หรือทำงานในประเทศไทย


