เกิดอะไรขึ้นกับตลาดรถ เมื่อวันนี้ราคารถ EV ถูกกว่ารถไฮบริดไปแล้ว!
ภาพจำในอดีตที่หลายคนมองว่า “รถยนต์ไฟฟ้า (EV) คือเทคโนโลยีราคาแพงสำหรับคนมีงบเยอะ” กำลังจะกลายเป็นเรื่องในอดีตอย่างสิ้นเชิง เพราะในเวลานี้ อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกได้เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อราคารถ EV เฉลี่ยดิ่งลงมาอยู่ในระดับที่ “ถูกกว่ารถยนต์ไฮบริด” เป็นครั้งแรกอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้ซื้อรถทั่วโลกเริ่มเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว
เบื้องหลังราคา EV ดิ่งลง: แบตเตอรี่ถูกลง + รถจีนบุกหนัก
กลไกสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการลดลงอย่างก้าวกระโดดของราคารถ EV คือ “ต้นทุนแบตเตอรี่” ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักและคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 30–40% ของราคารถยนต์ทั้งคัน ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ราคาแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนสำหรับรถยนต์นั่งปรับลดลงมากถึง 37% ซึ่งเป็นผลมาจากภาวะกำลังการผลิตล้นตลาดในประเทศจีน มหาอำนาจผู้คุมห่วงโซ่อุปทานแบตเตอรี่ของโลกไว้มากกว่า 80%
นอกจากเรื่องกำลังการผลิตแล้ว ผู้ผลิตรถยนต์ยุคใหม่ยังหันมาใช้แบตเตอรี่ชนิดใหม่อย่าง LFP (ลิเทียมไอรอนฟอสเฟต) ซึ่งไม่มีส่วนผสมของแร่มูลค่าสูงและราคาแพงอย่างโคบอลต์ ช่วยลดต้นทุนการผลิตลงได้อีกมหาศาล แม้แต่ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ฝั่งยุโรปเอง ก็ยังต้องปรับตัวมาใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ชนิดนี้เพื่อทำราคาให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
เมื่อบวกกับการแข่งขันที่ดุเดือดอย่างหนักในตลาดบ้านตัวเอง ค่ายรถ EV จากจีนจึงต้องเร่งขยายตลาดออกสู่ต่างประเทศ โดยได้เปรียบจากการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจร ตั้งแต่การผลิตแบตเตอรี่ ชิ้นส่วนเครื่องยนต์ ไปจนถึงประกอบเป็นตัวรถ ทำให้ค่ายรถจีนบริหารต้นทุนได้ต่ำกว่าคู่แข่งมาก ส่งผลให้ยอดการส่งออกรถ EV ของจีนพุ่งสูงขึ้นอย่างทวีคูณ จากไม่ถึง 100,000 คันในอดีต ขยับขึ้นมาทะลุ 1.64 ล้านคันได้อย่างรวดเร็ว
ค่ายรถยักษ์ใหญ่ปรับตัวอย่างไร เมื่อคนเริ่มเบือนหน้าหนีน้ำมัน
การรุกหนักของรถ EV ราคาประหยัด ได้สร้างแรงสะเทือนโดยตรงไปยังเจ้าตลาดเดิม อย่างค่ายรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นที่เคยครองส่วนแบ่งตลาดมายาวนานด้วยเครื่องยนต์สันดาปและระบบไฮบริด จนทำให้ทุกค่ายต้องเร่งทบทวนกลยุทธ์ใหม่เพื่อรักษาฐานลูกค้าของตนเองเอาไว้
บางแบรนด์เลือกใช้กลยุทธ์รักษาฐานลูกค้าเดิม ด้วยการเสนอทางเลือกที่หลากหลาย ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า pure EV รถยนต์ไฮบริด และรถยนต์เครื่องยนต์ปกติ ควบคู่กันไปตามระดับความพร้อมและพฤติกรรมของผู้บริโภคในแต่ละภูมิภาค ขณะที่บางแบรนด์ตัดสินใจปรับแผนใหญ่ ด้วยการเข้าไปสร้างฐานการผลิตรถ EV ในประเทศจีนโดยตรง เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางการส่งออกไปยังตลาดโลกสู้กับผู้ผลิตเจ้าถิ่น
นอกจากนี้ ปัจจัยภายนอกอย่างสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคต่าง ๆ ที่กดดันให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงผันผวนและปรับตัวสูงขึ้น ยิ่งกลายมาเป็นตัวเร่งให้ผู้บริโภคตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้ารวดเร็วยิ่งขึ้น โดยมีการคาดการณ์กันว่า รถยนต์ไฟฟ้าและรถปลั๊กอินไฮบริดจะมีสัดส่วนสูงถึง 30% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมดทั่วโลกภายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
ก้าวต่อไปของคนใช้รถ: EV จะกลายเป็นตัวเลือกแรกจริงไหม
การที่ราคารถ EV ปรับตัวลดลงมาจนถูกกว่ารถไฮบริดไม่ได้เป็นเพียงแค่เทรนด์ชั่วคราว แต่เป็นหมุดหมายสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่า ยุคสมัยของพลังงานสะอาดกำลังกลายมาเป็นมาตรฐานใหม่ในชีวิตประจำวัน ความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ผู้ซื้อเข้าถึงนวัตกรรมใหม่ได้ง่ายขึ้นด้วยราคาสบายกระเป๋า แต่ยังเป็นแรงบีบมหาศาลที่บีบให้ค่ายรถยนต์ทั่วโลกต้องเร่งปรับตัว ขับเคี่ยวกันด้วยเทคโนโลยีและความคุ้มค่า ซึ่งสุดท้ายแล้วผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดก็คือผู้บริโภคอย่างพวกเรานั่นเอง
- แท็กยอดนิยม | EV
ผู้เขียน
ACU-Exchange
เรามีความมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การแลกเปลี่ยนเงินตราที่ดีที่สุด และสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ใช้บริการสูงสุด เพื่อตอบโจทย์คนไทยที่ต้องการเดินทางไปต่างประเทศ และคนต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ศึกษาต่อ หรือทำงานในประเทศไทย


