Home - บทความ - ดีล TikTok กับสมรภูมิใหม่ของสงครามเทคสหรัฐ–จีน

แชร์บทความ

ดีล TikTok กับสมรภูมิใหม่ของสงครามเทคสหรัฐ–จีน

             หลังยืดเยื้อมานานเกือบเจ็ดปี ผ่านผู้นำสหรัฐมาแล้วถึงสามสมัย และเคยเผชิญจุดเสี่ยงที่ถูกแบนทั้งแพลตฟอร์ม ในที่สุด ByteDance บริษัทแม่ของ TikTok จากจีน ก็สามารถต่อสู้กับแรงกดดันทางการเมืองจากรัฐบาลวอชิงตัน และปิดดีลสำคัญเพื่อรักษาตลาดสหรัฐไว้ได้สำเร็จ ความขัดแย้งระหว่าง TikTok กับรัฐบาลอเมริกันเริ่มต้นจากความกังวลด้านความมั่นคง ข้อมูลผู้ใช้งาน และอิทธิพลของบริษัทเทคจีนที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในสหรัฐ จนกลายเป็นประเด็นระดับชาติที่ถูกหยิบยกซ้ำแล้วซ้ำเล่าในเวทีการเมือง

             สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า TikTok ได้ประกาศข้อตกลงจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในสหรัฐภายใต้ชื่อ TikTok USDS Joint Venture LLC โดยร่วมกับ Oracle และกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่จากฝั่งอเมริกา เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการถูกสั่งแบน และเปิดทางให้แพลตฟอร์มสามารถดำเนินธุรกิจในสหรัฐต่อไปได้ ข้อตกลงดังกล่าวถูกนำเสนอว่าเป็นความสำเร็จของรัฐบาลสหรัฐ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาประกาศชัยชนะทันที พร้อมกล่าวขอบคุณประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่ให้ความเห็นชอบต่อดีลนี้

             อย่างไรก็ตาม หากมองลึกลงไปในเชิงโครงสร้างและกลยุทธ์ หลายฝ่ายกลับเห็นตรงกันว่าผู้ชนะตัวจริงไม่ใช่รัฐบาลสหรัฐ แต่คือ ByteDance บริษัทแม่ของ TikTok ที่ยังคงกุมอำนาจเหนือหัวใจสำคัญของแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นแหล่งรายได้หลัก การกำหนดทิศทางธุรกิจ การบริหารระบบนิเวศ และการแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง ขณะที่ประเด็นอ่อนไหวอย่างการดูแลข้อมูลผู้ใช้งานและความมั่นคงทางเทคโนโลยี ถูกส่งต่อให้ Oracle รับหน้าที่เป็นผู้ดูแลแทน

             ฟาเบียน เอาเวอฮันด์ ซีอีโอของ Socialscale ซึ่งทำงานร่วมกับแบรนด์ต่าง ๆ บน TikTok มองว่า ในเชิงโครงสร้างแล้ว ข้อตกลงนี้ถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของ ByteDance แม้จะมีการแยกเรื่องข้อมูลและอัลกอริทึมออกไป แต่ในความเป็นจริง อัลกอริทึมของ TikTok ถูกกำหนดจากการดำเนินงาน กลยุทธ์สินค้า และพฤติกรรมของผู้ใช้เป็นหลัก ซึ่งยังอยู่ภายใต้อิทธิพลของบริษัทแม่

             ตามข้อตกลง ByteDance ได้นำบางส่วนของธุรกิจ TikTok ในสหรัฐไปอยู่ภายใต้บริษัทใหม่ โดยมีนักลงทุนอย่าง Oracle Silver Lake และ MGX ถือหุ้นเสียงข้างมาก ขณะที่ ByteDance ถือหุ้นเพียง 19.9% แต่ด้วยโครงสร้างการถือหุ้นและการบริหาร ทำให้บริษัทยังคงสามารถควบคุมการดำเนินงานหลัก และรับส่วนแบ่งกำไรจากตลาดสหรัฐในสัดส่วนที่สูง นอกจากนี้ แม้คณะกรรมการบริษัทจะเป็นชาวอเมริกันเป็นส่วนใหญ่ แต่โจวโซ่วจือ ซีอีโอของ TikTok ก็ยังมีที่นั่งในบอร์ด ขณะที่อดัม เพรสเซอร์ ถูกแต่งตั้งเป็นซีอีโอของ TikTok สหรัฐ

             แม้กลุ่มสายแข็งในวอชิงตันจะมองว่าดีลนี้ยังไม่สามารถตัดขาด TikTok ออกจาก ByteDance ได้อย่างสมบูรณ์ แต่แรงต้านทางการเมืองกลับลดลงอย่างชัดเจน นักการเมืองที่เคยเป็นแกนนำโจมตี TikTok หลายคนหันไปให้ความสำคัญกับประเด็นอื่นแทน ขณะที่ TikTok ยังคงเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในสหรัฐที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 200 ล้านคน และกลายเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในเชิงเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรมดิจิทัล

             ดีลนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่า ชัยชนะเชิงการเมืองอาจตกเป็นของรัฐบาลสหรัฐ แต่ในเชิงธุรกิจและอำนาจระยะยาว ByteDance ยังคงเป็นฝ่ายที่อ่านเกมขาด และรักษาความได้เปรียบในเวทีเทคโนโลยีโลกได้อย่างชัดเจน

แชร์บทความ

ผู้เขียน​

Picture of ACU-Exchange

ACU-Exchange

เรามีความมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การแลกเปลี่ยนเงินตราที่ดีที่สุด และสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ใช้บริการสูงสุด เพื่อตอบโจทย์คนไทยที่ต้องการเดินทางไปต่างประเทศ และคนต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ศึกษาต่อ หรือทำงานในประเทศไทย

Scroll to Top

ลงทะเบียนเป็นสมาชิก

ลงทะเบียนเป็นสมาชิก

บัญชีผู้ใช้งาน


ข้อมูลผู้ใช้งาน


ที่อยู่ตามบัตรประจำตัวประชาชน


ที่อยู่ปัจจุบัน

ข้อมลตามบัตรประชาชน


อัพโหลดรูปภาพเพื่อยืนยันตัวตน




ACU Currency Exchange

เข้าสู่ระบบ

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อใช้บริการ ACU Currency exchange

หากยังไม่มีบัญชีโปรด ลงทะเบียน