ทาคาอิจิคว้าชัย! เปิดแผนชุบชีวิตญี่ปุ่น ก้าวข้ามวิกฤตเศรษฐกิจซบเซา 3 ทศวรรษ
เปิดเป็นหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ของแดนญี่ปุ่น เมื่อ “ซานาเอะ ทาคาอิจิ” นักการเมืองหญิงผู้ทรงอิทธิพล สามารถคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งภายในพรรค LDP และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่นด้วยคะแนนเสียงถล่มทลายแบบ “แลนด์สไลด์” ท่ามกลางเสียงเชียร์ของฝ่ายอนุรักษนิยมและความคาดหวังของประชาชนที่อยากเห็นความเปลี่ยนแปลง
แต่คำถามสำคัญที่ดังตามมาทันทีคือ ภายใต้อำนาจที่เต็มมือนี้ เธอจะสามารถ “ปลุกยักษ์ที่หลับใหล” อย่างเศรษฐกิจญี่ปุ่นให้กลับมารุ่งเรืองได้จริงหรือไม่?
ทาคาอิจิไม่ใช่หน้าใหม่ในสายเศรษฐกิจ เธอมาแทนที่ “อาเบะโนมิกส์” ของอดีตนายกฯ ชินโซ อาเบะ อย่างเต็มตัว นโยบายที่เธอประกาศใช้อย่างชัดเจนคือการเน้นการกระตุ้นทางการคลัง และการผ่อนคลายทางการเงินอย่างต่อเนื่อง เพื่อยุติภาวะเงินฝืดที่ฝังรากลึกมานานหลายทศวรรษ
เธอมองว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่น “ต้องกล้าจ่าย” เพื่อสร้างการเติบโต โดยเฉพาะการอัดฉีดงบประมาณไปที่นวัตกรรมล้ำสมัย พลังงานนิวเคลียร์ และความมั่นคงทางเทคโนโลยี เพื่อดึงศักยภาพการผลิตของญี่ปุ่นกลับคืนมา แม้จะได้ชัยชนะ แต่เส้นทางเศรษฐกิจไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ทาคาอิจิกำลังเผชิญ
โจทย์หิน 3 ข้อใหญ่
- ค่าครองชีพและเงินเฟ้อ ขณะที่เธอนิยมการพิมพ์เงินและกดดอกเบี้ยต่ำ แต่ปัจจุบันญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับภาวะของแพงและค่าเงินเยนที่ผันผวน การกระตุ้นเศรษฐกิจแบบ “สุดโต่ง” อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ทำให้ค่าครองชีพของประชาชนพุ่งสูงขึ้นจนรับไม่ไหว
- หนี้สาธารณะที่สูงเสียดฟ้า ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีหนี้สาธารณะต่อ GDP สูงที่สุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว นักเศรษฐศาสตร์หลายสำนักกังวลว่า นโยบายการคลังแบบ “สายเปย์” ของทาคาอิจิอาจทำให้เสถียรภาพทางการเงินของประเทศสั่นคลอนในระยะยาว
- วิกฤตประชากรญี่ปุ่น ทั้งแรงงานที่ลดลงและสังคมสูงวัย คือ “ระเบิดเวลา” ที่นโยบายการเงินเพียงอย่างเดียวอาจแก้ไม่ได้ เธอจะสามารถดึงคนรุ่นใหม่และผู้หญิงเข้าสู่ระบบแรงงานได้มีประสิทธิภาพแค่ไหน คือตัวแปรสำคัญ
เกี่ยวกับการค้าโลก
ในมิติการเมืองระหว่างประเทศ ทาคาอิจิมีท่าทีแข็งกร้าวต่อจีนและให้ความสำคัญกับความมั่นคงสูงมาก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจ การที่เธอสนับสนุนการย้ายฐานการผลิตกลับญี่ปุ่น หรือการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่แยกตัวจากจีน อาจช่วยเรื่อง “ความมั่นคง” แต่อาจทำให้ “ต้นทุน” ของภาคธุรกิจพุ่งสูงขึ้น ซึ่งเป็นโจทย์ที่เธอต้องหาจุดสมดุลให้เจอ
ก้าวต่อไปของญี่ปุ่น รุ่งเรืองหรือทรงตัว
ชัยชนะแบบแลนด์สไลด์ทำให้ทาคาอิจิมี “ทุนทางสังคม” สูงมากในการผลักดันกฎหมายและนโยบายที่เคยติดขัด แต่ความสำเร็จของเธอจะไม่ได้วัดกันที่ตัวเลขคะแนนเสียงในสภา แต่วัดกันที่ “เงินในกระเป๋า” ของชาวญี่ปุ่น และความสามารถในการดึงญี่ปุ่นกลับมาผงาดเป็นเบอร์ต้นของโลกในยุค AI และพลังงานสะอาด
“ญี่ปุ่นต้องการความเด็ดขาด” คือประโยคที่ผู้สนับสนุนเธอมักพูดถึง และวันนี้เธอก็ได้รับโอกาสนั้นแล้ว เหลือเพียงเวลาเท่านั้นที่จะพิสูจน์ว่า สตรีหญิงที่เป็นนายกคนแรกของประเทศญี่ปุ่น จะแกร่งพอที่จะรื้อโครงสร้างเศรษฐกิจเก่าและสร้างยุคทองใหม่ได้จริงหรือไม่
สรุป
ชัยชนะแลนด์สไลด์คือสัญญาณว่าญี่ปุ่นพร้อมสำหรับความเปลี่ยนแปลง แต่โจทย์ใหญ่ของ ซานาเอะ ทาคาอิจิ คือการเปลี่ยน “นโยบาย” ให้กลายเป็น “เศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง” ท่ามกลางวิกฤตค่าครองชีพและสังคมสูงวัย นี่คือบทพิสูจน์ว่า ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น จะใช้ความเด็ดขาดที่มี นำพาเศรษฐกิจญี่ปุ่นกลับมาผงาดในเวทีโลกได้จริงหรือไม่
- แท็กยอดนิยม | การเมืองญี่ปุ่น, แพลตฟอร์มดิจิทัล
ผู้เขียน
ACU-Exchange
เรามีความมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การแลกเปลี่ยนเงินตราที่ดีที่สุด และสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ใช้บริการสูงสุด เพื่อตอบโจทย์คนไทยที่ต้องการเดินทางไปต่างประเทศ และคนต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ศึกษาต่อ หรือทำงานในประเทศไทย


