ประเทศไหนบ้างที่เลิกใช้เงินสดแล้ว?
ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในทุกด้านของชีวิตประจำวัน การใช้ เงินสด กำลังกลายเป็นสิ่งที่หลายประเทศทั่วโลกเริ่มลดบทบาทลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะการชำระเงินแบบดิจิทัลให้ความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงินผ่านมือถือ การใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าเงินดิจิทัล ล้วนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลก
สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) จึงไม่ใช่แค่แนวคิดอีกต่อไป แต่คือทิศทางของอนาคตที่หลายประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศในยุโรปตอนเหนือและเอเชียตะวันออก กำลังมุ่งหน้าไปอย่างจริงจัง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำธุรกรรมทางการเงิน ลดต้นทุนระบบธนาคาร และส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ
โดยครั้งนี้ ACU Currency Exchange จะพาทุกคนมาดูกันว่า ประเทศไหนบ้างที่มีการลดการใช้เงินสดกันบ้างแล้ว
สวีเดน : จุดเริ่มต้นของโลกไร้เงินสด
สวีเดนถือเป็นหนึ่งในประเทศแรก ๆ ของโลกที่เข้าสู่ สังคมไร้เงินสดได้อย่างแท้จริง ปัจจุบันเงินสดหมุนเวียนในระบบมีไม่ถึง 3% เพราะคนส่วนใหญ่ใช้ Mobile Banking และบัตรเดบิตแทบทั้งหมด ตั้งแต่ร้านค้า ร้านอาหาร รถสาธารณะ ไปจนถึงโบสถ์ที่รับบริจาคผ่านบัตรได้เลย ที่สำคัญคือ “กฎหมายอนุญาตให้ร้านค้าปฏิเสธการรับเงินสดได้” ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของพฤติกรรมผู้บริโภค แม้จะตามมาด้วยปัญหาการโกงบัตรเครดิตเพิ่มขึ้นถึง 50% แต่รัฐบาลสวีเดนก็ยังเดินหน้าสู่เป้าหมาย “ไร้เงินสด 100%” อย่างต่อเนื่อง
นอร์เวย์ : ผู้นำแห่งโลกดิจิทัลทางการเงิน
นอร์เวย์ถือเป็นประเทศที่เข้าใกล้ สังคมไร้เงินสดอย่างสมบูรณ์ มากที่สุดในโลก ด้วยความเชื่อมั่นในระบบธนาคารของรัฐและความพร้อมด้านเทคโนโลยี ประชาชนกว่า 98% มีบัตรเครดิต และ 95% ใช้แอปพลิเคชันชำระเงินผ่านมือถือ ขณะที่การใช้เงินสดมีเพียง 3% ของธุรกรรมทั้งหมด
สิ่งที่น่าทึ่งคือ แม้แต่ผู้สูงอายุในนอร์เวย์ก็สามารถใช้จ่ายแบบดิจิทัลได้อย่างคล่องแคล่ว แสดงให้เห็นถึงการเข้าถึงเทคโนโลยีของทุกช่วงวัย
ฟินแลนด์ : เป้าหมายปี 2029 สังคมไร้เงินสดเต็มรูปแบบ
ฟินแลนด์ตั้งเป้าจะเป็นประเทศไร้เงินสดภายในปี 2029 โดยกว่า 98% ของประชาชนมีบัตรเดบิตและนิยมใช้จ่ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ตาม แม้โครงสร้างพื้นฐานจะพร้อม แต่ยังมีประชาชนเพียง 26% เท่านั้นที่เชื่อว่าฟินแลนด์จะกลายเป็นสังคมไร้เงินสดได้จริง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้คนยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ
เดนมาร์ก : แผนเลิกใช้ธนบัตรภายในปี 2573
เดนมาร์กเป็นอีกประเทศในยุโรปที่เดินหน้าอย่างจริงจัง โดยประชากรกว่า 1 ใน 3 ใช้จ่ายผ่านสมาร์ทโฟนเป็นปกติ และร้านค้าสามารถปฏิเสธเงินสดได้ตามกฎหมาย รัฐบาลตั้งเป้าภายในปี 2573 จะเลิกใช้ธนบัตรทั้งหมด หากสำเร็จ เดนมาร์กอาจกลายเป็นประเทศแรกของโลกที่ “ไร้เงินสดโดยสมบูรณ์”
เบลเยียม : รัฐบาลผลักดัน ลดเงินสดเหลือไม่เกิน 3,000 ยูโร
เบลเยียมเป็นอีกตัวอย่างของประเทศยุโรปที่ผลักดันสังคมไร้เงินสดอย่างจริงจัง รัฐบาลกำหนดเพดานการใช้เงินสดไว้ไม่เกิน 3,000 ยูโร เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนหันมาใช้แอปพลิเคชันทางมือถือและบัตรเดบิต ปัจจุบันกว่า 93% ของธุรกรรมในประเทศเป็นแบบดิจิทัล
ฝรั่งเศส : พัฒนาเทคโนโลยี M-Pos และระบบไร้สัมผัส
ฝรั่งเศสมีสัดส่วนการชำระเงินแบบไร้เงินสดถึง 92% รัฐบาลผลักดันเทคโนโลยี M-Pos (Mobile Point of Sale) เพื่อให้ร้านค้าขนาดเล็กสามารถรับชำระเงินผ่านมือถือได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมจำกัดวงเงินจ่ายด้วยเงินสดไม่เกิน 3,000 ยูโร
จีน : เทคโนโลยีล้ำหน้า แต่ยังมีช่องว่างระหว่างวัย
จีนถือเป็นประเทศมหาอำนาจด้านการชำระเงินดิจิทัล ด้วยแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่าง Alipay และ WeChat Pay ที่ครอบคลุมแทบทุกธุรกรรม ตั้งแต่ห้างหรูจนถึงตลาดสด แม้แต่ขอทานริมถนนยังมี QR Code ให้สแกนบริจาค
อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลักคือ “ผู้สูงอายุจำนวนมากยังไม่พร้อม” ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ ทำให้รัฐบาลต้องเร่งหาทางช่วยเหลือ เพื่อให้ทุกคนก้าวทันยุคดิจิทัล
สิงคโปร์ : Smart Nation และ PayNow
สิงคโปร์เดินหน้าสู่การเป็น “Smart Nation” โดยรัฐบาลผลักดันระบบ “PayNow” ที่ให้ประชาชนโอนเงินได้เพียงใช้หมายเลขโทรศัพท์หรือบัตรประชาชน และปรับระบบขนส่งสาธารณะทั้งหมดให้กลายเป็นแบบไร้เงินสด ปัจจุบันกว่า 80% ของการใช้จ่ายในประเทศเป็นดิจิทัล
เกาหลีใต้ : มือถือเครื่องเดียวจ่ายได้ทุกอย่าง
เกาหลีใต้เป็นอีกประเทศในเอเชียที่ใกล้จะไร้เงินสดเต็มรูปแบบ ภายในปี 2563 รัฐบาลได้ประกาศลดการใช้เหรียญเกือบหมด โดยมีระบบอย่าง Samsung Pay, LG Pay และ Apple Pay ที่ครองตลาด ผู้คนกว่า 70% ใช้จ่ายแบบดิจิทัล และอัตราการเติบโตของธุรกรรมไร้เงินสดเพิ่มขึ้นกว่า 13% ต่อปี
ฮ่องกง : ผู้นำเอเชียด้านการใช้จ่ายดิจิทัล
ฮ่องกงเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ใช้เงินสดน้อยที่สุดในเอเชียแปซิฟิก โดยคาดว่าภายในปี 2024 ปริมาณการใช้เงินสดจะเหลือเพียง 1.6% ของธุรกรรมทั้งหมด ความนิยมของกระเป๋าเงินดิจิทัล เช่น AlipayHK, WeChat Pay HK และ Tap & Go เติบโตอย่างรวดเร็วหลังยุคโควิด-19
แคนาดา : สังคมที่เลิกใช้เงินสดได้ในเวลาไม่นาน
กว่า 90% ของประชากรแคนาดาเลิกใช้เงินสดในการซื้อสินค้า รัฐบาลและธนาคารส่งเสริมให้ใช้บัตรเดบิต รวมถึงเทคโนโลยี NFC และ M-Pos ที่ทำให้การจ่ายผ่านสมาร์ทโฟนกลายเป็นเรื่องปกติ
เคนยา : ประเทศกำลังพัฒนาที่ก้าวไกลเกินคาด
เคนยาเป็นตัวอย่างของประเทศกำลังพัฒนาที่ก้าวสู่สังคมไร้เงินสดได้อย่างโดดเด่น ผ่านแอปพลิเคชัน “M-Pesa” ที่ประชากรกว่า 15 ล้านคนใช้ ทั้งซื้อของ จ่ายค่าเทอม หรือแม้แต่รับเงินเดือนผ่านมือถือ
ไทย : จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง
ประเทศไทยเองก็เริ่มเดินหน้าสู่สังคมไร้เงินสด ผ่านโครงการ National e-Payment และระบบพร้อมเพย์ (PromptPay) ที่ช่วยให้การโอนเงินสะดวกและรวดเร็วขึ้น แม้ยังไม่เป็นที่นิยมในทุกกลุ่ม แต่ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะผลักดันให้ไทยเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต
“สังคมไร้เงินสด ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิด แต่กำลังกลายเป็นความจริงที่จับต้องได้ เทคโนโลยีการชำระเงินดิจิทัลเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ ลดความเสี่ยงจากการถือเงินสด และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนทั่วโลก แม้แต่ละประเทศจะมีความพร้อมต่างกัน แต่ทิศทางของโลกชัดเจน อนาคตของการใช้เงินสดอาจเหลือเพียง ความทรงจำในยุคก่อนดิจิทัล เท่านั้น”
สำหรับใครที่สนใจแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศในย่านห้วยขวาง สามารถมาแลกเงินต่างประเทศง่าย ๆ กับ ACU Currency Exchange เดินทางมาแลกง่าย ๆ เพียงลง MRT ห้วยขวาง ทางออก 4 แล้วเดินตรงมา 500 เมตร จะเจอกับ สำนักงานใหญ่ ACU Building เลย
สามารถเช็กอัตราแลกเปลี่ยน ตามวัน-เวลาทำการ ได้ที่ https://acu-exchange.com/
หรือสั่งจองเงินล่วงหน้า ได้ที่ Line OA : https://lin.ee/ph4iznU
เปิดให้บริการ: ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 10.00 – 17.00 น.
ที่อยู่: 205/18 – 19 ถนนรัชดาภิเษก แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
เบอร์โทร: 02-0021008, 061-0283918, 084-3244893
- แท็กยอดนิยม | e-wallet, ชำระเงินดิจิทัล
ผู้เขียน
ACU-Exchange
เรามีความมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การแลกเปลี่ยนเงินตราที่ดีที่สุด และสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ใช้บริการสูงสุด เพื่อตอบโจทย์คนไทยที่ต้องการเดินทางไปต่างประเทศ และคนต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ศึกษาต่อ หรือทำงานในประเทศไทย


