Home - บทความ - จับตาเศรษฐกิจจีน 2569 พญามังกรกำลังกลับมา หรือแค่หรือแค่ชะลอเพื่อฟื้นฟู

แชร์บทความ

จับตาเศรษฐกิจจีน 2569 พญามังกรกำลังกลับมา หรือแค่หรือแค่ชะลอเพื่อฟื้นฟู

จีนก้าวเข้าสู่ปี 2569 พร้อมสัญญาณบวกจากเวทีโลก หลังสามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐอเมริกาได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม หากมองลึกลงไป ภาพรวมเศรษฐกิจจีนยังคงเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งจากต่างประเทศและปัญหาเชิงโครงสร้างภายในประเทศที่ยังไม่คลี่คลาย

แม้ในปี 2568 จีนจะสามารถรักษาอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ได้ตามเป้าหมายที่ประมาณ 5% แต่สำหรับปี 2569 นักวิเคราะห์เริ่มมองอย่างระมัดระวังมากขึ้น โดยมีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลจีนอาจปรับเป้าหมาย GDP ลงมาอยู่ในช่วง 4.5 ถึง 5% เพื่อให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจระยะยาว และความเป็นจริงของเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน โดยผลสำรวจ จากนิกเคอิเอเชียคาดว่าเศรษฐกิจจีนปีนี้อาจเติบโตเพียงราว 4.5%

ความท้าทายสำคัญยังคงอยู่ที่ “ภาคอสังหาริมทรัพย์” ซึ่งเป็นจุดอ่อนเรื้อรังของเศรษฐกิจจีน ยอดขายที่อยู่อาศัยยังไม่ฟื้นตัว ท่ามกลางสต๊อกบ้านล้นตลาดที่ต้องใช้เวลา ขณะที่บริษัทอสังหาฯ รายใหญ่ยังต้องเจรจาขยายเวลาชำระหนี้ ด้านความเชื่อมั่นผู้บริโภคก็ยังอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนว่าประชาชนยังไม่กล้าจับจ่ายใช้สอย

ในฝั่งการค้าระหว่างประเทศ แม้การส่งออกของจีนจะยังเติบโตได้ดี และสร้างสถิติเกินดุลการค้าสูงเป็นประวัติการณ์ แต่แรงต้านจากนานาชาติกำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ประเทศในยุโรปและลาตินอเมริกาเริ่มกังวลว่าสินค้าจีนที่มีต้นทุนต่ำและปริมาณมหาศาล จะไหลบ่าเข้ามากระทบต่ออุตสาหกรรมในประเทศของตน ทั้งในแง่การจ้างงานและความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตท้องถิ่น

ความกังวลดังกล่าวทำให้หลายประเทศเริ่มหันมาใช้มาตรการกีดกันทางการค้าอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นภาษีนำเข้า การตั้งโควตา หรือการใช้มาตรการตรวจสอบการทุ่มตลาด โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่จีนมีความได้เปรียบสูง เช่น รถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และพลังงานสะอาด ซึ่งกำลังกลายเป็นสมรภูมิทางเศรษฐกิจใหม่ระหว่างจีนกับโลกตะวันตก

สถานการณ์นี้สะท้อนว่า แม้จีนจะสามารถหาตลาดใหม่ทดแทนสหรัฐได้ในระยะสั้น แต่ในระยะยาว แรงเสียดทานจากประเทศคู่ค้าที่เพิ่มขึ้น อาจกลายเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อการเติบโตของภาคการส่งออก และบีบให้จีนต้องเร่งปรับกลยุทธ์จากการแข่งขันด้านราคา ไปสู่การแข่งขันด้านคุณภาพ เทคโนโลยี และมูลค่าเพิ่มมากขึ้น

จีนจึงต้องเร่ง “เปลี่ยนทิศทางตลาด” จากสหรัฐ ไปสู่ยุโรป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแอฟริกา พร้อมใช้นโยบายด้านราคาที่แข่งขันได้สูง อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่าหากความขัดแย้งทางการค้าสะสมต่อเนื่อง การส่งออกจีนอาจเริ่มชะลอลงในระยะถัดไป

ด้านนโยบายภายในประเทศ รัฐบาลจีนยังคงส่งสัญญาณกระตุ้นเศรษฐกิจแบบ “เจาะจงเป้าหมาย” มากกว่าการอัดฉีดเงินก้อนใหญ่ โดยเน้นกระตุ้นการใช้จ่ายบางกลุ่ม เช่น โครงการแลกสินค้าเก่าเป็นใหม่ และการช่วยเหลือครอบครัวที่มีบุตร รวมถึงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการบริโภคอย่างสถานีชาร์จรถไฟฟ้า และระบบดูแลผู้สูงอายุ

ขณะเดียวกัน จีนยังเดินหน้าอัดฉีดเงินในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง AI และพลังงานสะอาด แม้จะช่วยสร้างการเติบโตในระยะยาว แต่ก็ยิ่งตอกย้ำปัญหา “กำลังผลิตล้นตลาด” ที่ยังแก้ได้ยาก

สรุป แม้จีนจะมีแผนยุทธศาสตร์ใหม่ และจุดแข็งด้านเทคโนโลยีที่ชัดเจน แต่เศรษฐกิจจีนในปี 2569 ยังคงเป็นการ “เดินเกมบนเส้นบางๆ” ระหว่างการรักษาการเติบโต กับการฝ่าฟันแรงกดดันจากทั้งภายในและภายนอกประเทศ ซึ่งยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิดต่อไป

แชร์บทความ

ผู้เขียน​

Picture of ACU-Exchange

ACU-Exchange

เรามีความมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การแลกเปลี่ยนเงินตราที่ดีที่สุด และสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ใช้บริการสูงสุด เพื่อตอบโจทย์คนไทยที่ต้องการเดินทางไปต่างประเทศ และคนต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ศึกษาต่อ หรือทำงานในประเทศไทย

Scroll to Top

ลงทะเบียนเป็นสมาชิก

ลงทะเบียนเป็นสมาชิก

บัญชีผู้ใช้งาน


ข้อมูลผู้ใช้งาน


ที่อยู่ตามบัตรประจำตัวประชาชน


ที่อยู่ปัจจุบัน

ข้อมลตามบัตรประชาชน


อัพโหลดรูปภาพเพื่อยืนยันตัวตน




ACU Currency Exchange

เข้าสู่ระบบ

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อใช้บริการ ACU Currency exchange

หากยังไม่มีบัญชีโปรด ลงทะเบียน