iPhone 18 เปิดตัว ขึ้นราคายกแผงทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่
การเปิดตัว iPhone 18 ในปีนี้อาจไม่ได้สร้างความสนใจแค่เรื่องฟีเจอร์ใหม่ แต่กำลังสร้างคำถามใหญ่ให้กับผู้บริโภคว่า “ทำไม iPhone ถึงแพงขึ้นทั้งแผง?” โดยประเด็นดังกล่าวกำลังถูกจับตามองใน ตลาดสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดหลักของ Apple หลังบริษัทปรับราคาทั้ง iPhone 18 Pro และ Pro Max รวมถึง iPhone รุ่นก่อนหน้าที่ยังคงวางจำหน่ายอยู่
iPhone 18 Pro แพงขึ้นเท่าไรในตลาดสหรัฐฯ?
Apple เปิดตัว iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2026 โดยรุ่น Pro เริ่มต้นที่ 1,199 ดอลลาร์สหรัฐฯ และ Pro Max เริ่มต้นที่ 1,299 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า 100 ดอลลาร์ทั้งคู่ ขณะที่ iPhone 18 รุ่นมาตรฐานยังไม่ได้เปิดตัวในงานครั้งนี้ และมีรายงานว่าอาจเปิดตัวในช่วงต้นปี 2570 การขึ้นราคา 100 ดอลลาร์อาจดูไม่มากเมื่อเทียบกับราคาสมาร์ตโฟนระดับเรือธง แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ Apple เลือกปรับราคาของ รุ่นเก่าไปพร้อมกัน
รุ่นเก่าก็ไม่รอด! จากที่ควรถูกลง กลับแพงขึ้น
โดยปกติเมื่อ Apple เปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยจะหันไปซื้อรุ่นก่อนหน้า เพราะคาดว่าจะได้ราคาที่ถูกลง แต่ปีนี้สถานการณ์กลับตรงกันข้าม
หลังการเปิดตัว iPhone 18 Pro และ Pro Max Apple ปรับราคา iPhone รุ่นเดิมในตลาดสหรัฐฯ ขึ้นประมาณ 100 ดอลลาร์ เช่น iPhone 16 จากราคาเริ่มต้น 699 ดอลลาร์ เป็น 799 ดอลลาร์ ขณะที่ iPhone 17 ขยับจาก 799 เป็น 899 ดอลลาร์ และ iPhone Air จาก 999 เป็น 1,099 ดอลลาร์
นั่นทำให้โครงสร้างราคาของ iPhone เปลี่ยนไปทั้งระบบ เพราะผู้บริโภคไม่ได้เจอกับสถานการณ์ “รุ่นใหม่แพงขึ้น แต่รุ่นเก่าถูกลง” เหมือนที่หลายคนคุ้นเคย แต่กลายเป็น “รุ่นใหม่แพงขึ้น รุ่นเก่าก็แพงขึ้นตาม”
ข่าวจากสหรัฐฯ ที่อาจสะเทือนตลาดไอทีทั่วโลก
แม้การปรับราคาดังกล่าวจะเกิดขึ้นในตลาดสหรัฐฯ แต่ประเด็นเรื่องต้นทุน Memory ที่เพิ่มขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะ Apple หรือผู้บริโภคชาวอเมริกันเท่านั้น เพราะหน่วยความจำเป็นชิ้นส่วนสำคัญของสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก หากภาวะหน่วยความจำตึงตัวดำเนินต่อไป ผู้ผลิตสินค้าเทคโนโลยีในประเทศอื่น ๆ ก็อาจต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นเช่นเดียวกัน
สำหรับหลายๆ ผลกระทบอาจไม่ได้สะท้อนออกมาในรูปแบบเดียวกับตลาดสหรัฐฯ เนื่องจากราคาจำหน่ายในแต่ละประเทศขึ้นอยู่กับค่าเงิน ภาษี ต้นทุนการนำเข้า และนโยบายราคาของ Apple ในแต่ละประเทศ ดังนั้น การปรับราคาที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ จึงควรถูกมองเป็น สัญญาณจากตลาดต่างประเทศ
ทำไม Apple ถึงขึ้นราคาทั้งแผง?
ปัจจัยสำคัญที่ถูกจับตามองคือ ต้นทุนหน่วยความจำ หรือ Memory ซึ่งกำลังได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากการเติบโตของ AI ศูนย์ข้อมูล AI ต้องใช้หน่วยความจำประสิทธิภาพสูงในปริมาณมหาศาล โดยเฉพาะ HBM และ DRAM ทำให้กำลังการผลิตจากผู้ผลิตชิปรายใหญ่ถูกดึงไปตอบสนองตลาด AI มากขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนหน่วยความจำสำหรับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป
Reuters รายงานว่า Apple ขึ้นราคา iPhone 18 Pro และ Pro Max ส่วนหนึ่งจากต้นทุนชิปหน่วยความจำที่สูงขึ้น ขณะที่บริษัทต้องเผชิญกับต้นทุนชิ้นส่วนที่เพิ่มขึ้นจากภาวะ Memory ตึงตัวทั่วโลก ที่สำคัญ ปัญหานี้ไม่ได้กระทบเฉพาะ iPhone แต่ยังเริ่มส่งผลต่อผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ประเภทอื่น เช่น คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และอุปกรณ์ที่ต้องใช้ DRAM หรือ NAND
ทำไมไม่ลดราคาของรุ่นเก่า?
การขึ้นราคาของรุ่นเก่าอาจเป็นอีกส่วนหนึ่งของกลยุทธ์จัดการต้นทุนและโครงสร้างผลิตภัณฑ์ของ Apple เมื่อราคาชิ้นส่วนเพิ่มขึ้น การลดราคาของรุ่นเดิมอาจทำให้กำไรต่อเครื่องลดลงมากขึ้น ขณะเดียวกัน Apple ยังต้องการรักษาตำแหน่งของ iPhone รุ่นใหม่ให้อยู่ในระดับพรีเมียม การขยับราคาของรุ่นเก่าจึงช่วยสร้างช่องว่างด้านราคาและทำให้ผู้บริโภคยังมีตัวเลือกหลายระดับ โดยไม่จำเป็นต้องลดราคาสินค้ารุ่นก่อนหน้า สถานการณ์นี้ยิ่งชัดเจนขึ้นในปี 2026 เพราะ Apple ไม่ได้เปิดตัว iPhone 18 รุ่นมาตรฐานพร้อมกับรุ่น Pro ทำให้ iPhone 17 ยังคงทำหน้าที่เป็นตัวเลือกหลักสำหรับผู้ที่ต้องการ iPhone รุ่นมาตรฐานในช่วงหนึ่ง
แล้วคนซื้อ iPhone ต้องจ่ายแพงไปอีกนานแค่ไหน?
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “iPhone 18 แพงขึ้นเท่าไร” แต่คือ “ราคาแพงจะอยู่กับเรานานแค่ไหน?”
ปัญหา Memory ในครั้งนี้มีต้นตอมาจากการลงทุนด้าน AI ซึ่งไม่ได้แก้ได้ด้วยการเพิ่มกำลังผลิตเพียงไม่กี่เดือน เพราะการสร้างโรงงานผลิตชิปและเพิ่มกำลังการผลิตระดับสูงต้องใช้เวลานาน ขณะที่ความต้องการชิปสำหรับ AI ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ดังนั้นแรงกดดันด้านราคาอาจไม่ได้หายไปพร้อมกับการเปิดตัว iPhone 18 แต่มีโอกาสส่งผลต่อราคาสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไปจนถึงช่วงปี 2027–2028 หากอุปสงค์ AI ยังเติบโตเร็วกว่ากำลังการผลิตใหม่
iPhone 18 อาจเป็นสัญญาณเตือนของตลาดไอที
สิ่งที่เกิดขึ้นกับ iPhone 18 จึงน่าสนใจมากกว่าการเปิดตัวมือถือรุ่นใหม่ เพราะครั้งนี้ผู้บริโภคกำลังเห็นผลกระทบของการแข่งขันด้าน AI ที่เริ่มส่งมาถึงราคาสินค้าในตลาดจริง
จากเดิมที่การเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่มักหมายถึง “เทคโนโลยีใหม่ขึ้น รุ่นเก่าถูกลง” ปี 2026 กลับกลายเป็นภาพใหม่ที่ทั้งรุ่นใหม่และรุ่นเก่าได้รับแรงกดดันด้านราคา หากต้นทุน Memory ยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไป ผู้บริโภคอาจต้องเตรียมรับมือกับยุคที่สมาร์ตโฟนและสินค้าไอทีไม่ได้ถูกลงตามอายุสินค้าเหมือนที่ผ่านมา และ iPhone 18 อาจกลายเป็นหนึ่งในสัญญาณแรกว่า การแข่งขันของ AI กำลังเปลี่ยนราคาของเทคโนโลยีที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน
- แท็กยอดนิยม | iphone
ผู้เขียน
ACU-Exchange
เรามีความมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การแลกเปลี่ยนเงินตราที่ดีที่สุด และสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ใช้บริการสูงสุด เพื่อตอบโจทย์คนไทยที่ต้องการเดินทางไปต่างประเทศ และคนต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ศึกษาต่อ หรือทำงานในประเทศไทย


