Home - บทความ - ค่ายาแพงทั่วโลก จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่สู่สังคมรักสุขภาพ

แชร์บทความ

ค่ายาแพงทั่วโลก จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่สู่สังคมรักสุขภาพ

             โดยการสำรวจของฝ่ายวิจัยพบว่า ราคายาทั่วโลกปรับขึ้นประมาณ  10.4% เมื่อเทียบกับปี 2024 โดยราคายาในสหรัฐอเมริกา เพิ่มขึ้นประมาณ 4.5% – 5.0% ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่ต่ำกว่าสองหลัก เนื่องจากบริษัทยายังคงชะลอการขึ้นราคาเพื่อหลีกเลี่ยงแรงกดดันด้านกฎหมายควบคุมราคา และปฎิบัติตามมาตรการตรวจสอบราคายาที่เริ่มเข้มงวดมากขึ้น

            ส่วนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ราคายาเพิ่มขึ้นเฉลี่ย ราว 12.3% ซึ่งถือเป็นภูมิภาคที่มีอัตราค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ปรับตัวสูงที่สุดในโลก จากการใช้บริการด้านสุขภาพที่มากขึ้น ต้นทุนแรงงานแพทย์ที่เพิ่มขึ้น และการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบทางการแพทย์จำนวนมาก

ทำไมยาถึงแพงขึ้นเรื่อยๆ

  • ยาใช้นวัตกรรมสูงทำให้ต้นทุนการผลิตสูงตาม ยาที่ใช้รักษาโรคเรื้อรังและโรคที่หายาก และยาที่มีความซับซ้อนในการวิจัยและพัฒนาสูง จึงทำให้มีราคาเริ่มต้นที่สูงมาก
  • มีการใช้เทคโนโลยีใหม่ เช่น gene therapy, mRNA, precision medicine ทำให้ราคายาเริ่มต้นสูงมากตั้งแต่เข้าสู่ตลาด
  • ปัญหาเงินเฟ้อและต้นทุนการดำเนินงาน เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตยา ในด้านของ ราคาวัตถุดิบ การขนส่ง และพลังงาน ยังรวมไปถึงค่าแรงในภาคบริการสุขภาพ ที่ส่งผลต่อด้านบุคลากรทางการแพทย์ ที่มีเพิ่มขึ้นทำให้มีความต้องการสูงมากขึ้นเหมือนกัน การขาดแคลนแรงงานก็มีผลต่อค่าบริการทางการแพทย์และราคายาด้วย 
  • ต้นทุนการวิจัยและพัฒนา และความซับซ้อนของการวิจัย ต้นทุน R&D เฉลี่ยต่อยาใหม่หนึ่งตัว ยังคงอยู่ในระดับสูง เนื่องจากกระบวนการวิจัยทางคลินิกมีความซับซ้อนและมีข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้น

             ประเมินว่าราคายาจะมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่องจากนี้ไปอย่างน้อยปีละ 10% จากปัจจัยนี้ส่งผลให้เทรนด์การดูแลสุขภาพก่อนป่วยจึงได้รับความนิยมจากทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงานที่เริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพอย่างจริงจัง รวมถึงเทรนด์การกินอาหารเป็นยา (Food as Medicine) ด้วยการเลือกกินอาหารเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันและจัดการโรค

ยาแพง → ผู้คนหันมาดูแลสุขภาพก่อนป่วย

เมื่อราคายาและค่ารักษาขยับขึ้นสูง ผู้บริโภคทั่วโลกจึงเริ่มใส่ใจสุขภาพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงาน

เทรนด์ที่พุ่งขึ้นทั่วโลก ได้แก่       

  • การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • การตรวจสุขภาพประจำปี
  • การซื้อประกันสุขภาพเพิ่มขึ้น
  • อาหารเสริม วิตามิน และโปรไบโอติกยอดขายโต
  • เทรนด์ Food as Medicine: กินอาหารเป็นยา เช่น อาหารต้านอักเสบ อาหารเสริมภูมิคุ้มกัน
  • การเลือกวัตถุดิบเพื่อสุขภาพ เช่น ผักสด ธัญพืช ถั่ว และอาหาร plant-based

             กระแสสุขภาพที่เติบโตแรงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ยังช่วยผลักดันยอดขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของ JSP ภายใต้ชื่อแบรนด์ “สุภาพโอสถ” ให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทคาดว่ายอดขายปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท จากปีก่อนที่ทำได้ 845.9 ล้านบาท แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนว่าผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มหันมาเน้นการดูแลร่างกายตั้งแต่ยังไม่ป่วย เพื่อหลีกเลี่ยงค่ารักษาและราคายาที่มีทิศทางสูงขึ้นทุกปี จึงทำให้สินค้าที่เกี่ยวกับการเสริมสร้างสุขภาพได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง

อ้างอิง

แชร์บทความ

ผู้เขียน​

Picture of ACU-Exchange

ACU-Exchange

เรามีความมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การแลกเปลี่ยนเงินตราที่ดีที่สุด และสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ใช้บริการสูงสุด เพื่อตอบโจทย์คนไทยที่ต้องการเดินทางไปต่างประเทศ และคนต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ศึกษาต่อ หรือทำงานในประเทศไทย

Scroll to Top

ลงทะเบียนเป็นสมาชิก

ลงทะเบียนเป็นสมาชิก

บัญชีผู้ใช้งาน


ข้อมูลผู้ใช้งาน


ที่อยู่ตามบัตรประจำตัวประชาชน


ที่อยู่ปัจจุบัน

ข้อมลตามบัตรประชาชน


อัพโหลดรูปภาพเพื่อยืนยันตัวตน




ACU Currency Exchange

เข้าสู่ระบบ

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อใช้บริการ ACU Currency exchange

หากยังไม่มีบัญชีโปรด ลงทะเบียน