Home - บทความ - WD และ SanDisk แยกทาง: จากบริษัทเดียว สู่สองธุรกิจที่เดินคนละเส้นทาง

แชร์บทความ

WD และ SanDisk แยกทาง: จากบริษัทเดียว สู่สองธุรกิจที่เดินคนละเส้นทาง

WD และ SanDisk แยกทาง จากบริษัทเดียวสู่สองธุรกิจที่เดินคนละเส้นทาง

หลายคนอาจคุ้นเคยกับชื่อ Western Digital (WD) และ SanDisk จากผลิตภัณฑ์ Storage อย่าง HDD, SSD, Memory Card และ USB Flash Drive แต่รู้หรือไม่ว่า ทั้งสองแบรนด์เคยอยู่ภายใต้บริษัทเดียวกัน ก่อนที่จะแยกธุรกิจกันอีกครั้งในปี 2025 แล้วทำไมถึงต้องแยกกัน? และการเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลอย่างไรกับผู้ใช้งานทั่วไป?

จาก WD ซื้อ SanDisk สู่การแยกบริษัท

ย้อนกลับไปในปี 2016 Western Digital ตัดสินใจเข้าซื้อกิจการ SanDisk ด้วยมูลค่าประมาณ 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เหตุผลสำคัญคือ WD มองเห็นว่าตลาด Storage กำลังเปลี่ยนแปลง จากเดิมที่ HDD เป็นเทคโนโลยีหลัก ไปสู่การเติบโตของ SSD และ Flash Memory

ในเวลานั้น WD มีความแข็งแกร่งด้าน HDD แต่ยังไม่มีฐานธุรกิจ NAND Flash เป็นของตัวเอง การซื้อ SanDisk จึงช่วยให้ WD สามารถเข้าสู่ตลาด SSD และ Flash Memory ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น หลังจากการเข้าซื้อกิจการ WD ได้นำเทคโนโลยีจาก SanDisk มาพัฒนาต่อ และทำตลาด SSD ภายใต้แบรนด์อย่าง WD Green, WD Blue และ WD_BLACK

แล้วทำไมปี 2025 ถึงต้องแยกทางกัน?

แม้ WD และ SanDisk จะเคยอยู่ภายใต้บริษัทเดียวกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ธุรกิจ HDD และ Flash/SSD เริ่มมีทิศทางแตกต่างกันมากขึ้น HDD ยังคงมีความสำคัญกับตลาดที่ต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่และต้นทุนต่อความจุต่ำ โดยเฉพาะ Data Center, Cloud Storage และระบบสำรองข้อมูล ขณะที่ SSD และ Flash Memory มุ่งเน้นไปที่ความเร็วในการเข้าถึงข้อมูล และมีบทบาทมากขึ้นในคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูง

ดังนั้น การแยกธุรกิจจึงเปิดโอกาสให้แต่ละบริษัทสามารถโฟกัสกับตลาดของตัวเองได้อย่างชัดเจนมากขึ้นหลังการแยกธุรกิจ

  • Western Digital มุ่งเน้นธุรกิจ HDD และ Data Storage
  • SanDisk มุ่งเน้น Flash Memory และ SSD

พูดง่าย ๆ คือ จากเดิมที่อยู่ภายใต้บริษัทเดียวกัน ทั้งสองธุรกิจจึงสามารถกลับมาเดินคนละเส้นทางได้อย่างเต็มที่



SanDisk เดินหน้าตลาด SSD ด้วย SANDISK Optimus

หลังจากแยกธุรกิจ SanDisk เดินหน้าสร้างแบรนด์ SSD ของตัวเองมากขึ้น เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2026 SanDisk เปิดตัวไลน์ผลิตภัณฑ์ SSD ใหม่ในชื่อ SANDISK Optimus เพื่อเข้ามาแทนที่ไลน์ผลิตภัณฑ์เดิมอย่าง WD Blue และ WD_BLACK

SANDISK Optimus แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่

  • SANDISK Optimus สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป
  • SANDISK Optimus GX สำหรับผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพที่สูงขึ้น
  • SANDISK Optimus GX PRO สำหรับผู้ใช้งานระดับมืออาชีพ

การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นว่า SanDisk ต้องการสร้างตัวตนในตลาด SSD และ Flash Memory อย่างชัดเจนมากขึ้น หลังจากแยกออกจาก Western Digital

SSD เร็วกว่า แล้วทำไม HDD ยังไม่หายไป?

เมื่อพูดถึง SSD หลายคนอาจสงสัยว่า ในเมื่อ SSD เร็วกว่า ใช้พลังงานน้อยกว่า และไม่มีชิ้นส่วนกลไกที่เคลื่อนไหว แล้วทำไม HDD ถึงยังมีความสำคัญ? คำตอบคือ ต้นทุนต่อความจุ

SSD มีข้อได้เปรียบด้านความเร็วอย่างชัดเจน แต่ถ้าต้องจัดเก็บข้อมูลจำนวนมหาศาล HDD ยังคงมีข้อได้เปรียบด้านต้นทุนต่อ TB ลองนึกถึง Data Center หรือ Cloud Storage ที่ต้องเก็บข้อมูลเป็นจำนวนมหาศาล ตั้งแต่ข้อมูลของผู้ใช้งาน ข้อมูลสำรอง ไปจนถึงข้อมูลที่ต้องเก็บไว้ในระยะยาว ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้จำเป็นต้องอยู่บน Storage ที่เร็วที่สุดทั้งหมด HDD จึงยังเหมาะกับงานที่ต้องการ “พื้นที่เยอะและคุ้มค่า”

ส่วน SSD เหมาะกับงานที่ต้องการ “ความเร็วในการเข้าถึงข้อมูล” ดังนั้น SSD จึงไม่ได้เข้ามาแทนที่ HDD ในทุกการใช้งาน แต่ทั้งสองเทคโนโลยียังคงมีบทบาทที่แตกต่างกัน

ยุค AI ยิ่งสร้างข้อมูลมาก Storage ก็ยิ่งสำคัญ

อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ HDD ยังคงมีความสำคัญ คือการเติบโตของ AI ปัจจุบัน AI ต้องใช้ข้อมูลจำนวนมหาศาล ตั้งแต่ข้อมูลที่ใช้ฝึกโมเดล ข้อมูลจากผู้ใช้งาน ไปจนถึงข้อมูลที่ระบบ AI สร้างขึ้นเอง เมื่อข้อมูลเพิ่มขึ้น ความต้องการพื้นที่จัดเก็บก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

Data Center ที่รองรับ AI จึงไม่ได้ต้องการเพียงชิปประมวลผลที่เร็วขึ้น แต่ยังต้องมี Storage ที่สามารถรองรับข้อมูลจำนวนมหาศาลได้ด้วย ตรงนี้ทำให้ HDD ยังคงมีบทบาทสำคัญ เพราะสามารถจัดเก็บข้อมูลในปริมาณมากได้ด้วยต้นทุนต่อความจุที่แข่งขันได้ ขณะที่ SSD จะเข้ามารับหน้าที่ในส่วนที่ต้องการความเร็วสูง เช่น การเข้าถึงและประมวลผลข้อมูลอย่างรวดเร็ว

หากมองภาพง่าย ๆ

SanDisk = เน้นความเร็วในการเข้าถึงข้อมูล

Western Digital = เน้นการจัดเก็บข้อมูลจำนวนมหาศาล

แล้วคนที่มี WD SSD อยู่จะได้รับผลกระทบหรือไม่?

สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป การแยกบริษัทไม่ได้หมายความว่า WD SSD ที่ซื้อไปจะหมดประกันหรือใช้งานต่อไม่ได้ หลังการแยกธุรกิจเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2025 SanDisk ยังคงดูแลผลิตภัณฑ์ประเภท Flash ต่อไป ไม่ว่าจะเป็น SSD, Memory Card หรือ USB Flash Drive รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ยังใช้ชื่อ Western Digital, WD และ WD_BLACK

การรับประกันจะแบ่งตามประเภทของผลิตภัณฑ์ SSD, Memory Card และ USB Flash Drive ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้อยู่ภายใต้การ Support และการรับประกันของ SanDisk HDD และผลิตภัณฑ์สำหรับ Data Center ยังคงอยู่ภายใต้การ Support และการรับประกันของ Western Digital

ดังนั้น หากคุณมี WD SSD อยู่แล้ว ไม่ต้องกังวลว่าการแยกบริษัทจะทำให้หมดประกัน เพียงแต่ผลิตภัณฑ์ Flash จะเปลี่ยนช่องทางการ Support มาอยู่ภายใต้ SanDisk

สรุป: WD และ SanDisk ไม่ได้หายไป แต่กำลังโฟกัสคนละตลาด

การแยก WD และ SanDisk ในปี 2025 จึงไม่ได้หมายความว่าธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งกำลังหายไป แต่เป็นการเปิดทางให้ทั้งสองบริษัทสามารถโฟกัสตลาดที่แตกต่างกันได้อย่างเต็มที่ Western Digital เดินหน้ากับ HDD และ Storage ความจุสูง ซึ่งยังมีความสำคัญต่อ Data Center, Cloud และการจัดเก็บข้อมูลจำนวนมหาศาล

ขณะที่ SanDisk มุ่งเน้น Flash Memory และ SSD ที่ตอบโจทย์การใช้งานที่ต้องการความเร็วสูง โดยเฉพาะในยุค AI ที่ข้อมูลกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ความต้องการด้าน Storage จึงไม่ได้มีแค่เรื่อง “ความเร็ว” แต่ยังมีเรื่อง “ความจุและต้นทุน” เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

สุดท้ายแล้ว HDD และ SSD จึงอาจไม่ได้แข่งขันกันเพื่อแย่งตำแหน่งเดียวกัน แต่มีแนวโน้มที่จะ ทำงานร่วมกัน โดยแต่ละเทคโนโลยีรับหน้าที่ที่แตกต่างกัน และนี่คือเหตุผลว่าทำไม แม้ WD และ SanDisk จะแยกทางกัน แต่ทั้งสองบริษัทยังคงมีบทบาทสำคัญในโลกของ Storage ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

แชร์บทความ

ผู้เขียน​

Picture of ACU-Exchange

ACU-Exchange

เรามีความมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การแลกเปลี่ยนเงินตราที่ดีที่สุด และสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ใช้บริการสูงสุด เพื่อตอบโจทย์คนไทยที่ต้องการเดินทางไปต่างประเทศ และคนต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ศึกษาต่อ หรือทำงานในประเทศไทย

Scroll to Top

ลงทะเบียนเป็นสมาชิก

ลงทะเบียนเป็นสมาชิก

บัญชีผู้ใช้งาน


ข้อมูลผู้ใช้งาน


ที่อยู่ตามบัตรประจำตัวประชาชน


ที่อยู่ปัจจุบัน

ข้อมลตามบัตรประชาชน


อัพโหลดรูปภาพเพื่อยืนยันตัวตน




ACU Currency Exchange

เข้าสู่ระบบ

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อใช้บริการ ACU Currency exchange

หากยังไม่มีบัญชีโปรด ลงทะเบียน